ผักเชียงดา

รายละเอียด

     ผักเชียงดา ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า GYMNEMA INODORUM DECNE เป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่งที่ปลูกตามท้องถิ่นทางภาคเหนือปลูกมากในจังหวัดเชียงราย และเชียงใหม่โดยปลูกเป็นพืชผักสวนครัว เพราะดอกและยอดอ่อนสามารถทำเป็น อาหารได้ โดยชนิดที่ในป่าจะมีรสขมกว่าใบใหญ่กว่า และสีของใบจะเข้มน้อยกว่า พันธุ์ที่ปลูกตามบ้าน แต่มีชาวบ้านบางคนกินผักเชียงดาที่เกิดตามป่า หากลองเด็ด ใบแก่มาเคี้ยวกินแล้วกินน้ำตาลทรายจะรู้สึกว่าน้ำตาลไม่มีรสหวาน และรสของมัน จะติดลิ้นค่อนข้างนาน ทำให้คนที่เคี้ยวไม่อยากทานอาหารแต่ถ้าเอามาผัดหรือเอา มาแกงรวมกับผักอื่น ๆ โดยคุณสมบัติของผักเชียงดาจะทำให้รสชาติของผักอื่น ๆ อร่อยขึ้น

สารอาหารต่างๆ ของผักเชียงดา

1.จิมเนมิก แอซิด (gymnemic acid) 
     เป็นสารที่มีอยู่ในรากและใบของผักเชียงดา มีรูปร่างเหมือนน้ำตาล กลูโคส เมื่อเราทานผักเชียงดาเข้าไปในลำไส้จะดูดซึมกรดจิมเนมิกเข้าสู่กระแสเลือด ของร่างกายได้ดีกว่าน้ำตาล มีผลทำให้การดูดซึมน้ำตาลลดลงและช่วยเพิ่ม ปริมาณ อินซูลินให้สูงขึ้นด้วยคุณสมบัติทั้งสองอย่างนี้จึงทำให้ผักเชียงดาสามารถลดน้ำตาล ในเลือดได้

2.วิตามินเอ (Vitamin A)
     ในผักเชัยงดาไม่มีวิตามินเอ แต่มีสารประกอบจำพวกแคโรทีน ซึ่งจะ เปลี่ยนเป็นวิตามินเอในตับได้ พบในผักและผลไม้ ที่มีสีเขียว สีเหลือง สีส้ม สีแดง และผักที่มีสีเขียวเข้มมีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านการเกิดมะเร็งและเป็น สารอาหาร ที่เสริมสร้าง ภูมิคุ้มกัน

3. เบต้าแคโรทีน (Beta – carotene)
     มีบทบาทสำคัญในการรักษาสุขภาพ และเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงโดย ทำหน้าที่เป็นสารแอนติออกซิแดนต์(Antioxidant) ซึ่งคอยกำจัดสารอนุมูลอิสระ (Free Radicals)ที่เป็นสาเหตุ ของโรคมะเร็ง

“เชียงดา” ผักฆ่าน้ำตาล ช่วยรักษา “เบาหวาน”

     สำหรับคนที่หลงใหลในเสน่ห์แห่งมนต์เมืองเหนือ และพอจะเคยผ่านหูเพลง “ของกิ๋นบ้านเฮา” ของตำนานโฟล์กซองคำเมืองอย่าง “จรัล มโนเพ็ชร” มาบ้าง อาจจะพอจำท่อนที่บรรยายถึง “อาหารเมือง” อันหลากหลาย รวมถึงวัตถุดิบชนิดผักที่มีชื่อแปลกๆ ไม่คุ้นหู ในท่อนที่ร้องว่า “...แก๋งผักเซี่ยงดา ใส่ปล๋าแห้งตวยเน่อเจ้า แก๋งบอนแก๋งตุน กับแก๋งหยวกกล้วย. ต้ำบะหนุนยำเตา ส้าบะเขือผ่อย แก๋งเห็ดแก๋งหอย ก้อยปล๋าดุกอุย” คงกำลังงงว่า เจ้าผัก “เซี่ยงดา” ที่ จรัล ร้องเอาไว้นี้ หน้าตามันเป็นอย่างไร และมีสรรพคุณประโยชน์อะไรอย่างไรบ้าง

     ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้บอกเล่าสรรพคุณที่หลากหลายของเจ้าผักพื้นบ้านชื่อแปลกชนิดนี้ว่า “เซี่ยงดา หรือ เซ่งดา” ในภาษาเมืองของภาคเหนือ มันคือผัก “เชียงดา” หรือ “จินดา” ในภาคกลาง ส่วนในภูมิภาคอื่นๆ จะมีชื่อเรียกต่างกันออกไปไม่ว่าจะเป็น “ผักว้น” ,“ม้วนไก่” หรือ “ผักเซ็ง” เป็นพืชในวงศ์ ASCLEPIADACEAE มีลักษณะเป็นไม้เถา น้ำยางใส ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ดอกช่อ ออกที่ง่ามใบ สีเหลืองอมส้ม ผลรูปหอก มีข้อมูลที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือในภาษาฮินดู “Gurmar” คำๆ นี้แปลตรงตัวว่า “ผู้ฆ่าน้ำตาล”
       
       “เชียงดาจะมีรสขมนิดๆ ชนิดที่เกิดในป่าจะขมกว่าชนิดที่นำมาปลูกในบ้านเป็นผักเพื่อบริโภค หากลองเด็ดใบแก่สักหน่อยมาเคี้ยวกินดู แล้วหลังจากนั้นกินน้ำตาลทรายเข้าไป มันจะไม่หวานเหมือนกินน้ำตาล แต่มันจะเหมือนกินทราย รสของเชียงดาจะทำให้น้ำตาลไร้รสชาติ และรสของมันจะติดลิ้นค่อนข้างนาน พาลทำให้คนที่เคี้ยวไม่อยากอาหารไปเลย”
       
       หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวต่อไปอีกว่า ผักเชียงดาถูกใช้เป็นยารักษาเบาหวานในอินเดียและประเทศในแถบเอเชียมานานกว่า 2000 ปีแล้ว มีสารสำคัญคือ gymnemic acid ซึ่งสกัดมาจากรากและใบของผักเชียงดา มีรูปร่างเหมือนน้ำตาลกลูโคส จึงไปจับเซลล์รีเซพเตอร์ในลำไส้ ป้องกันการดูดซึมของน้ำตาล The U.S. National Library of Medicine (NLM) and the National Institutes of Health (NIH) พบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ว่าผักเชียงดา สามารถที่จะช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานทั้งชนิด พึ่งอินซูลิน(type 1) และไม่พึ่งอินซูล(type 2)ได้ เมื่อให้ร่วมกันอินซูลิน และยารักษาเบาหวานอื่นๆ และยังมีรายงานว่ามีบางรายใช้ผักเชียงดาตัวเดียวในการคุมระดับน้ำตาลในเลือดโดยไม่ต้องใช้ยาแผนปัจจุบัน ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างมากที่ผู้ป่วยเบาหวานจะต้องบอกให้แพทย์ทราบเมื่อกินผักเชียงดาช่วยคุมเบาหวานเพื่อที่จะลดอินซูลินและยาลง

     “นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าผักเชียงดามีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดมาตั้งแต่ปี 1926 และในปี 1981 มีการยืนยันผลการลดน้ำตาลในเลือดและเพิ่มปริมาณอินซูลินในสัตว์ทดลองและในคนที่เป็นอาสามัครที่แข็งแรง พบว่าผักเชียงดาไปฟื้นฟูเบต้าเซลของตับอ่อน (อวัยวะที่สร้างอินซูลิน) ทำให้ผักเชียงดาสามารถช่วยคุมน้ำตาลได้ในคนเป็นเบาหวานทั้งชนิด type 1และ type 2 และตั้งแต่ในปี 1990 เป็นต้นมามีการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบประสิทธิภาพ กลไกออกฤทธิ์ ในการลดน้ำตาลในเลือดและมีการศึกษาความเป็นพิษอย่างมากมาย ยกตัวอย่างเช่น การศึกษา ในมหาวิทยาลัยมัทราส ในประเทศอินเดียศึกษาผลของผักเชียงดาในหนูโดยให้สารพิษที่ทำลายเซลเบต้าในตับอ่อนของหนู พบว่าหนูที่ได้รับผักเชียงดาทั้งในรูปของผงแห้งและสารสกัดมีระดับน้ำตาลในเลือดกลับมาเป็นปกติภายใน 20-60 วันระดับอินซูลินกลับมาเป็นปกติ และจำนวนของเบต้าเซลเพิ่มขึ้น”

     สำหรับภูมิภาคบ้านเรา เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรรายนี้ให้ข้อมูลว่า ในกลุ่มหมอกลางบ้านไทยใหญ่มีตำราระบุถึง “ผักว้น” หรือเชียงดาว่าเป็น “ยาแก้หลวง” คือ เป็นยาที่ใช้แก้ได้หลายอาการ รักษาได้หลายโรค มีสรรพคุณคล้ายฟ้าทะลายโจร แก้ไข้ แก้แพ้ แก้เบาหวาน หน้าแล้งจะขุดรากมาทำยา หน้าฝนจะใช้เถาและใบ โดยสับตากแห้งบดชงเป็นชาดื่ม นอกจากนี้ยังใช้แก้แพ้ กินของผิด ฉีดยาผิด เวียนศรีษะแก้ไข้สันนิบาต (ชักกระตุก) หรือเมื่อเกิดอาการคิดมาก มีอาการหย่องคือมีอาการจิตฟั่นเฟือน นอกจากนี้ คนไทยใหญ่ยังใช้ผักเชียงดายังใช้รักษาอาการท้องผูกโดยจะแกงผักเชียงดา รวมกับผักตำลังและยอดชะอมกิน นิยมกินในหน้าร้อน เพื่อช่วยลดความร้อนในร่างกาย

     “ทราบว่า ประเทศญี่ปุ่นได้ให้ความสนใจผักเชียงดาของไทยเป็นอย่างมากและได้นำเข้าใบและยอดอ่อนของผักเชียงดาจากประเทศไทยนำไปผลิตเป็นชาชงสมุนไพร (Herbal tea) ใช้ชงดื่มเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด ส่วนในเมืองไทยขณะนี้ทางอภัยภูเบศรพยายามรณรงค์ให้ปลูก และนำมาทำอาหารรับประทานกันในครัวเรือน ซึ่งปกติทางเหนือก็จะทำรับประทานกันอยู่แล้ว และมีปลูกกันมากด้วย ที่ปลูกมากและรับประทานมากอีกที่หนึ่งคือที่จังหวัดเลย แต่ทางภาคกลางและภาคอื่นๆ อาจจะไม่ค่อยรู้จัก เราก็พยายามประชาสัมพันธ์ให้ความรู้อยู่ เพราะจากการศึกษาข้อมูลแล้วพบว่าผักเชียงดาเป็นผักที่มีประโยชน์มากจริงๆ”


  • สินค้า&วัตถุดิบ-01.jpg
    รายละเอียด หญ้าหวานคือสมุนไพรชนิดหนึ่งเป็นพืชล้มลุกมีลักษณะคล้ายต้นใบกะเพรา ใบสมุนไพรหญ้าหวานมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเฉกเช่นเดียวกับในใบชาเขียว แต่มีมากกว่าคือรสหวานจัด ตัวใบจะให...

  • เตยหอม-01.jpg
    รายละเอียด เตย(Pandanus Palm) หรือบางครั้งเรียก เตยหอม เป็นพืชที่นิยมใบมาใช้ประโยชน์ทางด้านอาหารมาก เนื่องจากใบมีกลิ่นหอมอ่อนคล้ายข้าวใหม่ ซึ่งช่วยปรับแต่งกลิ่นของอาหารให้น่ารับประ...

  • อบเชย-01.jpg
    รายละเอียด อบเชย (Cinnamomum verum) ได้จากเปลือกไม้ของพืชพื้นเมืองขนาดเล็กในเอเชีย เครื่องเทศชนิดนี้ขึ้นชื่อเรื่องสรรพคุณทางยา มากว่า 5,000 ปี และจัดได้ว่าเป็นยาธรรมชาติเก่าแก่ที...

  • ปัญจขัญธ์-01.jpg
    รายละเอียด เจียวกู้หลาน (Gynostemma pentaphyllum) เจียวกู้หลานธรรมชาติ-เจียวกู้หลานป่าจากเชียงใหม่ เจียวกู้หลานบำรุงป้องกันรักษาร่างกายให้แข็งแรง Gynostemma pentaphyllum , also c...

  • เห็นหลินจือ-04.jpg
    รายละเอียด เห็ดหลินจือ (Ling Zhi, Reishi) ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ganoderma lucidum เป็นยาจีนชั้นสูง ที่ใช้กันมานานกว่า 2,000 ปี ได้รับการบันทึกไว้สรรพคุณไว้ใน ตำรา “เสิ...

  • ถั่งเช่า-04.jpg
    รายละเอียด ถั่งเช่า – ถั่งเฉ่า หรือ (ตังถั่งแห่เช่า/ตังถั่งเช่า) “หญ้าหนอน” เป็นสมุนไพรที่แพร่หลายมากในประเทศจีนและชาวเอเชีย พบในทิเบต มณฑลชิงไห่ มณฑลเสฉวน มณฑลกานซู มณฑลยุนนาน แ...

  • กระเจี๊ยบ-01.jpg
    รายละเอียด กระเจี๊ยบแดง(อังกฤษ:Roselle) ภาคเหนือ เรียก ผักเก็งเค็ง ส้มเก็งเค็ง เงี้ยวแม่ฮ่องสอนเรียก ส้มปูจังหวัดตากเรียก ส้มตะแลงเครง ภาคกลาง เรียก กระเจี๊ยบ กระเจี๊ยบเปรี้ยวเป็นพ...

  • คาโมมายด์-01.jpg
    รายละเอียด คาโมมายล์เป็นพืชในวงค์เดียวกับ ดาวเรือง ดาวกระจาย (Asteraceae หรือ Compositae) มีสองสายพันธุ์คือ เยอรมันคาโมมายล์ (Matricaria recutitaL. หรือChamomilla recutitaL. หรือMa...

  • กล้วย-1.jpg
    เป็นเนื้อหาของบทความหรือสินค้าโดยละเอียดกรุณาใส่ข้อความ …

  • ขมิ้นชัน-01.jpg
    รายละเอียด เหง้าของขมิ้นชันมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ แบคทีเรีย เชื้อรา ลดการ อักเสบ และ มีฤทธิ์ในการ ขับน้ำดี น้ำมันหอมระเหย ในขมิ้นชัน มีสรรพคุณบรรเทา อาการปวดท้อง ท้องอืด แน่นจุดเสียด...
Visitors: 72,655